“บิ๊กเด่น” สั่งสอบ ปมสาวไต้หวันอ้างถูกตำรวจเรียกรับเงิน ยืนยันไม่เข้าข้างใคร

ผบ.ตร.สั่ง น.1 ส่งทีมสืบสวนนครบาล ลงพื้นที่หาหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง สาวไต้หวันอ้างถูกตำรวจเรียกรับเงิน ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

วันที่ 28 ม.ค.2566 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงประเด็น นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันอ้างถูกตำรวจเรียกรับเงิน

ข่าวสังคมล่าสุด

ว่า ” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้ติดตามให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มาโดยตลอด สั่งกำชับให้ตำรวจดำเนินการตรงไปตรงมา โดยวันนี้ ผบ.ตร. ได้สั่งการเพิ่มเติมไปยังผู้บัญชาการกอตำรวจนครบาล ให้ตำรวจกองบังคับการสืบสวนนครบาล (บก.สส.) ลงพื้นที่หาหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนักท่องเที่ยวไต้หวันเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน ทุกประเด็น

โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ” ผบ.ตร. กำชับเร่งทำความจริงกรณีนี้ให้ปรากฏ เกิดความกระจ่างโดยเร็ว ยืนยันไม่เข้าข้างใคร ทุกอย่างต้องว่าตามข้อมูล พยานหลักฐานที่ปรากฏ เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เมื่อความจริงออกมาเป็นเช่นใด พร้อมที่จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ถ้าพบว่าเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ จะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด” ข่าวสังคมแนะนำ>>> ดื่มผิดที่…ชีวิตเปลี่ยน ชนแก้วเหล้าเบียร์ในสถานที่ราชการ ผิดกฎหมาย

ดื่มผิดที่…ชีวิตเปลี่ยน ชนแก้วเหล้าเบียร์ในสถานที่ราชการ ผิดกฎหมาย

ไม่รอด!!!!! สำหรับกลุ่มพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้ตั้งวงดื่มเหล้า เบียร์ในโรงพยาบาลที่ อยุธยา ถูกสั่งพักงานยาวๆ

โดยทางสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (สสจ.)ร่วมกับสภาการพยาบาล สำนักงานป้องกันโรคที่ 5 และโรงพยาบาลเอกชน ได้พิจารณาถึงกระทำความผิด การทำหน้าที่พยาบาลต่อไป

สังคมไทย

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเซียลจากกรณีคลิปวีดีโอ Tiktok ของสาวคนหนึ่ง แต่งกายคล้ายชุดพยาบาล บนหัวใส่หมวกพยาบาล และแขวนป้ายชื่อที่คอได้ถือขวดเบียร์ที่ใช้หลอดดูดจนหมดขวด ในห้องลักษณะคล้ายที่ทำงาน ถึงความไม่เหมาะสม

จนตอนนี้ผู้โพสได้ปิดบัญชี Tiktok ไปแล้ว แต่ชาวเน็ตยังบันทึกวิดีโอนี้ไว้ได้ทัน ส่วนอีกคลิปหนึ่ง เป็นคลิปของสาวแต่งกายคล้ายชุดพยาบาลอีกคน กำลังเปิดฝาขวดเหล้าเทใส่แก้ว และชนแก้วกับอีกหลายคนในวง และมีการเต้น โยกตามจังหวะเพลง ซึ่งเบื้องต้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปทั้ง 2 คลิปนี้ ถูกระบุว่า อยู่ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ม.ค.2566 ได้มีการสั่งพักงานบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด 17 คน ทันที พร้อมกับหาข้อเท็จจริง

ดื่มเหล้า เบียร์ในสถานที่ราชการ ผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์มากินในสถานที่ราชการ อย่าง โรงพยาบาล กรณีนี้อาจจะไม่ใช่กรณีแรก เพราะก่อนหน้านี้เมื่อประมาณปี 2563 ได้มีเพื่อนของผู้ป่วยได้นำเบียร์มาดื่มกินในห้องพักโรงพยาบาล และถูกดำเนินการคดีความผิดตามกฎหมาย พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฉะนั้น ในกรณีของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทั้ง 17 คนนี้ ถือเป็นการกระทำความผิดในการดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ มาตรา31 ห้ามมิให้ผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณดังต่อไปนี้

(1) วัดหรือสถานที่สําหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม ทางศาสนา

(2) สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และร้านขายยาตามกฎหมายว่าด้วยยา ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคล

(3) สถานที่ราชการ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคล หรือสโมสร หรือการจัดเลี้ยง ตามประเพณี

(4) สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคล หรือสโมสร หรือการจัดเลี้ยงตามประเพณี หรือสถานศึกษาที่สอนการผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และ ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ

(5) สถานบริการน้ํามันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ํามันเชื้อเพลิงหรือร้านค้า ในบริเวณสถานีบริการน้ํามันเชื้อเพลิง

(6) สวนสาธารณะของทางราชการที่จัดไว้ เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป

(7) สถานที่อื่นที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ

โดยผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 31 ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ