ประกาศ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดศธ.

ประกาศ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดศธ. เปิดรับสมัคร ตำแหน่ง “ชำนาญการพิเศษ”

การศึกษา

ประกาศ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดศธ. เตรียมเปิดรับสมัครตำแหน่ง “ชำนาญการพิเศษ” บรรจุในศธจ.-ศธภ. ทั่วประเทศ จำนวน 101 อัตรา เริ่มวันที่ 6ก.พ.นี้

ประกาศ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.ศธ.) เรื่อง รับสมัครบุคคลเพื่อการเปลี่ยนตำแหน่ง การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ ไปบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ระดับชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 101 อัตรา

ทั้งนี้ สป.ศธ.รับสมัครเปลี่ยนตำแหน่ง/ย้าย ไปดำรงตำแหน่ง ชำนาญการพิเศษ ในสำนักงานศึกษาธิการภาค/จังหวัด ทั่วประเทศ 101 อัตรา

เริ่มรับสมัคร ระหว่างวันที่ 6-10 กุมภาพันธ์ 2566

สมัครด้วยตนเอง ณ สำนักงานศึกษาธิการภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในวันและเวลาราชการ

สมัครทางไปรษณีย์ ทาง EMS เท่านั้น ส่งไปยังสำนักงานศึกษาธิการภาค

ผู้สมัครมีสิทธิสมัครได้เพียง 1 ตำแหน่ง เท่านั้น

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม คลิ๊กเลย >> ครูบุกร้อง “ตรีนุช” สถานีช่วยแก้หนี้ครู เป็นสถานีทิพย์ ข่าวการศึกษา

ครูบุกร้อง “ตรีนุช” สถานีช่วยแก้หนี้ครู เป็นสถานีทิพย์ ข่าวการศึกษา

ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เวลา 14.00 น.นายอิทธิพัทธ์ ธีระวรรณสาร ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา

ตรีนุช

ได้นำตัวแทนครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวนกว่า 10 รายเข้าพบน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยนายอิทธิพัทธ์ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนและมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2564 โดยให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการคลัง และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดแนวทาง การแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู โดยมีเป้าหมายให้ครูได้ชำระหนี้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำหรือรวมหนี้ครูมาไว้สถาบันการเงินแหล่งเดียว โดยให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน ซึ่งศธ.ดำเนินการปรับปรุง และยกระดับการตัดเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ โดยข้าราชการต้องเหลือเงินไม่ต่ำกว่า 30% ซึ่งศธ.ได้เห็นถึงปัญหาสำคัญที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ข้าราชการครูจำนวนมากคือมีเงินเหลือใช้ไม่เพียงพอ นายอิทธิพัทธ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้การดำเนินการแก้หนี้ครูที่ผ่านมาครูจำนวนมากยังไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือจากผู้ที่เกี่ยวข้องจึงขอให้รมว.ศธ.ดำเนินการใน 3 ประเด็น คือ 1. ให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการให้ครูเหลือเงินร้อยละ 30% อย่างจริง เพื่อที่จะได้ไม่เข้าสู่วงจรของการสร้างหนี้โดยไม่มีวันจบสิ้น 2. ให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการประสานงาน ให้สหกรณ์ สถาบันการเงิน หักเงินครูไม่เกินร้อยละ70% และ 3. ประสานงานไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครู สถาบันการเงิน ให้ชะลอการดำเนินการฟ้องและบังคับคดี “การดำเนินการทั้งหมดในการแก้ไขปัญหาหนี้ครูของศธ.ยังไม่ได้ผลตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ เพราะสถานีแก้หนี้ครูที่ตั้งขึ้นในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษานั้นส่วนใหญ่คือเรื่องการหักเงินเดือนของครูให้เหลือติดบัญชีไว้ 30% แต่เมื่อดำเนินการจริงๆกลับ ไม่เป็นเช่นนั้นเป็นการหักบัญชีทิพย์เกิดขึ้น เพราะครูยังต้องนำเงินที่เหลือติดบัญชีไปจ่ายหนี้เอง ให้แก่แหล่งเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จึงไม่ได้มีการแก้หนี้ครูอย่างแท้จริง รวมถึงอยากให้สถานีแก้หนี้ครูได้ประสานเจ้าหนี้ทุกรายได้หักเงินเดือนของครูไม่เกิน 70% ตามแนวทางของศธ. แต่วันนี้มีบางจังหวัดเท่านั้นที่ทำได้ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการฟ้องร้องเกิดขึ้น เพราะเจ้าหนี้รายอื่นๆไม่ว่าจะเป็นธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เมื่อหักเงินจากครูไม่ได้จึงมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ดังนั้จึงขอให้ศธ.ได้มีอำนาจสั่งการชะลอการสั่งฟ้องร้องดำเนินคดีต่างๆให้แก่เพื่อนสมาชิกครูด้วย” นายอิทธิพัทธ์ กล่าว